ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความฝัน แต่การจะก้าวไปถึงจุดหมายได้หรือไม่นั้น ไม่มีใครสามารถการันตีได้เสมอไป บางคนอาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะทำความฝันให้เป็นจริง แต่สำหรับ “อาโป” ชลชีวา วงษ์รัศม์ นักกอล์ฟสาววัย 19 ปี จากจังหวัดเชียงใหม่ ความฝันที่จะก้าวไปเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์กอล์ฟอาชีพสตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้นกำลังจะกลายเป็นจริง

ชลชีวา วงษ์รัศม์ เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการกอล์ฟอาชีพสตรีไทย เธอเริ่มสร้างชื่อเสียงตั้งแต่สมัยเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น ด้วยการคว้าแชมป์มาครองมากมาย ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพตั้งแต่อายุยังน้อย

002.โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์ (ซ้าย) เป็นทั้งโค้ช แค๊ดดี้ และผู้จัดการให้ ชลชีวา วงษ์รัศม์

ชลชีวาเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2550 เป็นบุตรสาวของคุณพ่อเด่น วงษ์รัศม์ และคุณแม่สวิตตา วงษ์รัศม์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เธอเคยศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวิชัยวิทยา จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนตัดสินใจศึกษาต่อในระบบการศึกษานอกโรงเรียนหลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อมุ่งมั่นกับเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพอย่างเต็มตัว โดยในช่วงแรกมีโปรจิรา-จันจิรา หนองแก้ว ทำหน้าที่เป็นโค้ช

ต่อมา ครอบครัวของอาโปตัดสินใจให้เธอเข้าร่วมพัฒนาฝีมือกับทีมโรงเรียนสอนกอล์ฟเชาวรัตน์ ภายใต้การดูแลของโปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์ ซึ่งได้หารือกับครอบครัวและตกลงให้ตนเองเป็นผู้ดูแลการพัฒนาฝีมือและวางแผนเส้นทางอาชีพของอาโป เพื่อยกระดับเกมกอล์ฟและพาเธอก้าวไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพอย่างเต็มตัว

003.ชลชีวา วงษ์รัศม์ กับไลฟ์สไตล์พักผ่อนช่วงไม่ได้แข่งขัน

หลังจากนั้น อาโปลงแข่งขันในไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยคว้า 2 แชมป์ในปี 2024 พร้อมครองตำแหน่งนักกอล์ฟทำเงินรางวัลรวมสูงสุดของทัวร์ในปีนั้น ก่อนคว้าเพิ่มอีก 1 แชมป์ในปี 2025 รวมเป็น 3 แชมป์ในไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ นอกจากนี้ เธอยังคว้าแชมป์ไต้หวัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ในปี 2025 พร้อมครองตำแหน่งมือหนึ่งของไทยแอลพีจีเอ ทัวร์เป็นปีที่สองติดต่อกัน และคว้าตำแหน่งมือหนึ่งของกอล์ฟอาชีพสตรีออสเตรเลีย (WPGA Tour of Australasia)ในปีเดียวกันอีกด้วย พร้อมกับได้ร่วมแข่งขันรายการของแอลพีจีเอเมย์แบงก์ แชมเปียนชิพ ที่ประเทศมาเลเซียผ่านการเล่นคัดเลือก

004.ชลชีวา วงษ์รัศม์ และโปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์

ในปี 2026 อาโปและโปรเชาว์ตัดสินใจก้าวไปเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ในเอปสัน ทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์ระดับรองของแอลพีจีเอ ทัวร์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำคะแนนสะสมให้ติดอันดับที่กำหนด เพื่อคว้าทัวร์การ์ดเลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2027

เบื้องหลังความสำเร็จของอาโป คือทีมงานที่นำโดยโปรเชาว์ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเธอในหลายด้าน ทั้งการเป็นแคดดี้และผู้จัดการส่วนตัว ขณะที่ด้านจิตวิทยาการกีฬา มีทีมงานเฉพาะทางเข้ามาช่วยเสริม เพื่อร่วมกันพัฒนานักกอล์ฟสาวจากเชียงใหม่ให้ก้าวขึ้นไปสู่อีกระดับของการแข่งขัน

005.ชลชีวา วงษ์รัศม์ กับคุณพ่อคุณแม่

โปรเชาว์เล่าว่า “ผมได้เห็นแววของอาโป แม้เธออาจไม่ใช่นักกอล์ฟที่มีเทคนิคหรือเก่งกาจเหมือนจีโน่ (อาฒยา ฐิติกุล) แต่เธอเป็นเด็กที่มุ่งมั่นกับการทำงานและพัฒนาตัวเอง จึงสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ตามขั้นตอนที่เราวางแผนกันไว้ผมคุยกับพ่อแม่ของอาโปตั้งแต่ตกลงให้ผมเข้ามาดูแล ซึ่งพวกเขาก็ยอมรับและให้อิสระผมในการจัดการทุกอย่าง ส่วนอาโปเองเป็นคนที่มีวินัยสูงมาก ซ้อมอย่างหนัก และไม่ค่อยออกไปเที่ยว แม้จะมีงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการของรายการแข่งขันต่าง ๆ เมื่อหมดเวลาตามกำหนด เธอก็กลับไปพักผ่อน”

อาโปยังมีโปรแกรมลงแข่งขันรายการเอปสัน ทัวร์ แชมเปียนชิพ ซึ่งเป็นรายการปิดท้ายฤดูกาล ที่อินเดียนเวลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคมนี้ โดยนักกอล์ฟที่ทำคะแนนสะสม Race for the Card จบใน 15 อันดับแรกของฤดูกาล จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2027 แบ่งเป็นอันดับ 1-10 ใน Category 9 และอันดับ 11-15 ใน Category 16

เส้นทางในเอปสัน ทัวร์ ของอาโปเริ่มต้นช้ากว่ากำหนด เนื่องจากปัญหาเรื่องวีซ่า ทำให้เธอพลาดการแข่งขันในช่วงเปิดฤดูกาล ซึ่งตามปกติจะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม และได้ลงแข่งขันรายการแรกในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ลงสนาม เธอก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันที ด้วยการคว้าแชมป์ Reliance Matrix Championship เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม นับเป็นแชมป์แรกของเธอในทัวร์นี้

นอกจากคว้าแชมป์แล้ว อาโปยังทำสถิติสกอร์รวมต่ำที่สุดใน 72 หลุมของทัวร์ ด้วยผลงาน 26 อันเดอร์พาร์ 262 พร้อมทำสกอร์ 61 ในรอบเดียว ซึ่งเทียบเท่าสถิติสกอร์ต่ำที่สุดต่อรอบของทัวร์ และทำสกอร์ 18 อันเดอร์พาร์ใน 36 หลุมแรก เทียบเท่าสถิติสกอร์ต่ำที่สุดในรอบ 36 หลุมอีกด้วย

สำหรับการเล่นในปีแรกในฐานะนักกอล์ฟหน้าใหม่ หรือรุกกี้ของเอปสัน ทัวร์ หลังผ่านการแข่งขัน 15 รายการแรก อาโปคว้าแชมป์ได้ 1 รายการ ติดท็อป 10 จำนวน 4 รายการ โดยเป็นรองแชมป์ 1 รายการ และไม่ผ่านการตัดตัว 2 รายการ

KUALA LUMPUR, MALAYSIA – OCTOBER 30: Cholcheva Wongras of Thailand attempts a putt on the 16th green during the first round of the Maybank Championship 2025 at Kuala Lumpur Golf & Country Club on October 30, 2025 in Kuala Lumpur, Malaysia. (Photo by Thananuwat Srirasant/Getty Images)

ปัจจุบัน อาโปอยู่อันดับ 9 ของคะแนนสะสม Race for the Card (ณ วันที่ 28 กันยายน 2569) โดยมีคะแนนห่างจากอันดับ 10 อยู่ 186.264 คะแนน และห่างจากอันดับ 15 อยู่ 341.578 คะแนน ทำให้เธอมีโอกาสสูงที่จะคว้าทัวร์การ์ดไปเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการแข่งขันรายการสุดท้ายและการประกาศอันดับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นักกอล์ฟสาวจากจังหวัดเชียงใหม่กล่าวถึงเป้าหมายในการก้าวไปเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ โดยมี “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล เป็นไอดอลว่า “สำหรับหนู ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากก้าวเข้าไปเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ และจะทำให้ดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถ หนูไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้แชมป์หรือจบอันดับที่เท่าไหร่ ขอแค่ทำให้เต็มที่ก็พอ เมื่อทำผลงานออกมาได้ดี ก็จะส่งผลต่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ และอาจก้าวไปถึงการคว้าแชมป์ได้เอง”

ต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2026 ชลชีวา วงษ์รัศม์ จะจบอันดับใดในตารางคะแนน Race for the Card และคว้าสิทธิ์ลงแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2027 ใน Category 9 หรือ Category 16 โดยแฟนกอล์ฟชาวไทยมีโอกาสได้เห็นเธอก้าวไปวาดลวดลายในทัวร์สูงสุดของกอล์ฟอาชีพสตรีโลก ในฐานะรุกกี้ ร่วมกับนักกอล์ฟรุ่นพี่จากประเทศไทยอีกกว่าสิบคน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.lpga.com
เครดิตภาพ: Epson Tour/Getty Images/Cholcheva Wongras

บรรยายภาพ
001.ชลชีวา วงษ์รัศม์ คว้าแชมป์แรกในเอปสัน ทัวร์ (ภาพ: Epson Tour)
002.โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์ (ซ้าย) เป็นทั้งโค้ช แค๊ดดี้ และผู้จัดการให้ ชลชีวา วงษ์รัศม์
003.ชลชีวา วงษ์รัศม์ กับไลฟ์สไตล์พักผ่อนช่วงไม่ได้แข่งขัน
004.ชลชีวา วงษ์รัศม์ และโปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์
005.ชลชีวา วงษ์รัศม์ กับคุณพ่อคุณแม่
006-007.อิริยาบทในสนามกอล์ฟ
008. ชลชีวา วงษ์รัศม์ เมื่อครั้งได้ร่วมแข่งขันแอลพีจีเอ เมย์แบงก์ แชมเปียนชิพ (ภาพ: Getty Images)