หากพูดถึงทำเลอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดของพัทยา ชื่อ “วงศ์อมาตย์” มักถูกยกให้เป็นอันดับต้นๆ เสมอ ด้วยชายหาดที่เงียบสงบ น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นทำเลที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อบ้านตากอากาศต่างจับตามองมาโดยตลอด และล่าสุด LOVE IT Wongamat Beach โครงการคอนโดมิเนียมพรีเซลใหม่จาก Global Top Group กำลังจะเข้ามาเติมเต็มดีมานด์ในทำเลนี้อีกครั้ง

ผู้พัฒนาที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี

จุดแข็งอันดับแรกที่นักลงทุนควรพิจารณาคือผู้พัฒนาโครงการ Global Top Group ซึ่งมีผลงานในพัทยามาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ครอบคลุมทั้งโครงการ City Garden Pattaya, Paradise Ocean View Beachfront, City Garden Pratumnak, City Garden Tropicana, The Cloud Condominium และ City Garden Tower ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบจริง ถือเป็นเครื่องยืนยันความสามารถในการดำเนินโครงการให้จบตามแผน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนอสังหาฯ พรีเซลต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ

คอนเซปต์ “Wellness Resort” ที่ตอบโจทย์เทรนด์การลงทุนยุคใหม่

สิ่งที่ทำให้ LOVE IT แตกต่างจากคอนโดทั่วไปในตลาดคือการวางตำแหน่งเป็น คอนโดมิเนียมแนว Wellness Resort เต็มรูปแบบ บนที่ดินรูปหัวใจขนาด 5.5 ไร่ (ราว 8,800 ตร.ม.) ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัยแบบ Low-rise 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร (A, B, C, D) ล้อมรอบคลับเฮาส์กลาง 3 ชั้น รวมประมาณ 818 ยูนิต ตั้งแต่สตูดิโอไปจนถึงห้อง 3 ห้องนอน

จุดขายด้านการออกแบบที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • สถาปัตยกรรมสีเขียวและน้ำตกธรรมชาติ จัดภูมิทัศน์แบบเขตร้อนทั่วบริเวณโครงการ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายตลอดวัน
  • สระว่ายน้ำอินฟินิตี้วิวทะเล พร้อมมุมชมพระอาทิตย์ตก
  • ศูนย์ฟิตเนสและเวลเนสครบวงจร รวมถึงห้องซาวน่าและโซนพักผ่อน
  • ระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า (Face Recognition) ยกระดับความเป็นส่วนตัวและความสะดวกของผู้พักอาศัย
  • บริการคอนเซียร์จ 24 ชั่วโมง ดูแลตลอดการพักอาศัย

เทรนด์ “Wellness Real Estate” กำลังเติบโตทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติที่มองหาที่พักอาศัยซึ่งตอบโจทย์สุขภาพกายและใจไปพร้อมกัน การชูจุดขายนี้อย่างชัดเจนจึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดคอนโดพัทยาที่มีการแข่งขันสูง

ทำเลที่เข้าถึงได้ทุกไลฟ์สไตล์

โครงการตั้งอยู่บนถนนนาเกลือ ซอย 14 ห่างจากหาดวงศ์อมาตย์เพียง 5 นาที (ประมาณ 400 เมตร) และยังใกล้กับจุดหมายสำคัญ เช่น

  • วัดสัจธรรม และบีชคลับสุดหรูอย่าง Surf & Turf และ Glass House ที่ Silverlining
  • ศูนย์การค้า Terminal 21 Pattaya และ Central Marina
  • โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
  • เชื่อมต่อถนนสุขุมวิทและมอเตอร์เวย์สาย 7 เข้ากรุงเทพฯ ได้ภายใน 1.5 ชั่วโมง และสนามบินอู่ตะเภาในเวลาเพียง 45 นาที

ที่สำคัญ โครงการยังตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลไทยทุ่มงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่

มุมมองด้านการลงทุน

  • ราคาเปิดพรีเซล เริ่มต้นที่ 2.6 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้เมื่อเทียบกับทำเลริมหาดวงศ์อมาตย์ซึ่งโดยทั่วไปมีราคาต่อตารางเมตรค่อนข้างสูง
  • โปรแกรมบริหารปล่อยเช่า (Premium Rental Investment Programme) จาก Global Top Group ช่วยดูแลด้านการตลาด การจัดการผู้เข้าพัก และงานซ่อมบำรุงให้เจ้าของห้องชุด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้แบบ Passive Income โดยไม่ต้องบริหารจัดการเอง
  • สิทธิการถือครองสำหรับต่างชาติ เป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดไทย ซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อแบบฟรีโฮลด์ได้ในโควตา 49% ของพื้นที่ทั้งหมด หากเกินโควตาจะมีทางเลือกแบบลีสโฮลด์รองรับ
  • กำหนดแล้วเสร็จ คาดว่าอยู่ในช่วงปี 2029-2030 ซึ่งเป็นกรอบเวลามาตรฐานสำหรับโครงการขนาดใหญ่ระดับนี้

เปรียบเทียบกับโครงการใกล้เคียง

LOVE IT Wongamat Beach อยู่ในกลุ่มการแข่งขันเดียวกับโครงการแนวไลฟ์สไตล์ริมทะเลอื่นๆ ในพัทยา เช่น Ayana Heights Seaview Residence, Sea Heaven, The Residences at InterContinental, Siam Oriental Dream, Siam Oriental Oasis, Dusit Sea Spire, Zenith Pattaya และ SunHills Layan ซึ่งแต่ละโครงการมีจุดเด่นด้านทำเล การออกแบบ และระดับราคาที่แตกต่างกัน นักลงทุนควรเปรียบเทียบผลตอบแทนคาดการณ์ (Rental Yield) และการวางตำแหน่งสินค้าให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

สรุปสำหรับนักลงทุน

LOVE IT Wongamat Beach มีองค์ประกอบที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ในทำเลพัทยาเหนือ ทั้งจากชื่อเสียงผู้พัฒนาที่มีผลงานส่งมอบจริงต่อเนื่อง ทำเลใกล้ชายหาดที่มีดีมานด์เช่าสูง คอนเซปต์เวลเนสที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาด และราคาเปิดตัวที่ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ในช่วงพรีเซล นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงตามมาตรฐานของอสังหาฯ ก่อนสร้าง เช่น ความคืบหน้าการขออนุญาตจากภาครัฐ กำหนดการก่อสร้างจริง และควรตรวจสอบรายละเอียดยูนิต ราคาต่อตารางเมตร และเงื่อนไขการผ่อนชำระกับทางโครงการโดยตรงอีกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน

เรียบเรียงโดย : วนิดา หล่อพิศาลชัย