แอลพีจีเอ ทัวร์ ประกาศตารางการแข่งขันฤดูกาล 2027 อย่างเป็นทางการ ดวล 33 รายการ พร้อมเงินรางวัลรวมสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 147 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,145 ล้านบาท นักกอล์ฟสาวระดับโลกจะได้ลงแข่งขันบนสนามกอล์ฟระดับตำนานเพิ่มขึ้น พร้อมแย่งชิงเงินรางวัลรวมที่เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงต้นทศวรรษที่ผ่านมา

ฤดูกาล 2027 มีการเพิ่มรายการแข่งขันใหม่และสนามกอล์ฟชื่อดังระดับโลกเข้ามาในทัวร์ เพื่อให้นักกอล์ฟสาวชั้นนำได้ประชันฝีมือ พร้อมมอบประสบการณ์การรับชมที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นให้แก่แฟนกอล์ฟ โดยตารางแข่งใหม่นี้จะรวมถึงรายการ ฟูตู เลดีส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ พรีเซนเต็ด บาย มูมู ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนาม เดอะ เคลียร์วอเตอร์ เบย์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ในฮ่องกง รวมถึงช่วงการแข่งขัน 2 สัปดาห์ติดที่ฮาวาย (ฮาวาย สวิง) ได้แก่ รายการ นาเนีย คัพ ณ สนาม นาเนีย กอล์ฟ คลับ ในไคลัว-โคนา ต่อด้วย ล็อตเต้ แชมเปียนชิพ ณ สนาม เดอะ แพลนเทชัน คอร์ส ที่ คาพาลัว รีสอร์ท นอกจากนี้ แอลพีจีเอ ทัวร์ ยังเตรียมรีเทิร์นสู่สนาม คอร์นิง คันทรี คลับ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2552 ในรายการ เดอะ คลาสสิก พร้อมเงินรางวัลรวม 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับรายการระดับเมเจอร์ทั้ง 5 รายการ ยังคงพร้อมหน้าในตารางแข่ง ประเดิมเปิดฉากฤดูกาลเมเจอร์ด้วยรายการ เดอะ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ณ สนาม เมโมเรียล พาร์ค กอล์ฟ คอร์ส เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส เป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนศึก ยูเอส วีเมนส์ โอเพน พรีเซนเต็ด บาย แอลลี จะจัดขึ้นที่สนาม อินเวอร์เนสส์ คลับ เมืองโตเลโด รัฐโอไฮโอ ขณะที่ เคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ จะดวลวงสวิง ณ สนาม คอนเกรสชันแนล คันทรี คลับ เมืองเบเธสดา รัฐแมริแลนด์ ทางด้านศึก อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ จะกลับไปจัดที่ เอวิยอง รีสอร์ท กอล์ฟ คลับ ประเทศฝรั่งเศส และปิดท้ายซีซั่นเมเจอร์ด้วยรายการ เอไอจี วีเมนส์ โอเพน ณ สนาม รอยัล เซนต์ จอร์จส์ กอล์ฟ คลับ เมืองแซนด์วิช ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการจัดเมเจอร์หญิงเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยผ่านการจัดศึก ดิ โอเพน ของฝั่งชายมาแล้วถึง 15 ครั้ง

รายการกอล์ฟประเภททีม ฮันวา พลัส อินเตอร์เนชันแนล คราวน์ จะกลับมาจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้งในปีหน้า ณ สนาม เลก เมอร์เซด กอล์ฟ คลับ เมืองเดลีซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วย มินจี ลี, ฮันนาห์ กรีน, เกรซ คิม และ สเตฟานี คีรีอาคู เป็นแชมป์เก่าจากการแข่งขันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2568 ที่สนาม นิว โคเรีย คันทรี คลับ ประเทศเกาหลีใต้

เพื่อสะท้อนความเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ในปี 2570 แอลพีจีเอ ทัวร์ จะเดินทางไปจัดการแข่งขันใน 11 ประเทศ รวมฮ่องกง และ 13 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา โดยจะมีช่วงเอเชียนสวิง รวม 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงใบไม้ผลิที่เดินทางสู่ ประเทศไทย, สิงคโปร์ และฮ่องกง ส่วนช่วงใบไม้ร่วงจะเดินทางสู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน, สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้), มาเลเซีย และญี่ปุ่น สำหรับยูโรเปียนสวิง จะจัดขึ้นในช่วงกลางปี ประกอบด้วย อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ ในฝรั่งเศส, เอไอจี วีเมนส์ โอเพน และ เดอะ แชมเปียนชิพ ในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีรายการ ซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพน ในเมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา และรายการ ริเวียรา มายา โอเพน แอท มายาโคบา ที่ปลายาเดลคาร์เมน ประเทศเม็กซิโก

ด้วยการสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากพันธมิตรของแอลพีจีเอ นักกีฬาจะได้ร่วมชิงชัยในเงินรางวัลรวมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แอลพีจีเอ ทัวร์ กว่า 147 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,145 ล้านบาท โดยเงินรางวัลรวมของรายการที่ไม่ใช่เมเจอร์จะสูงกว่า 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐในฤดูกาล 2027 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตารางปี 2026 โดยรายการ เดอะ คลาสสิก ครองแชมป์รายการปกติที่มีเงินรางวัลสูงสุด (ไม่นับรวม ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ) ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยรายการ เจเอ็ม อีเกิล แอลเอ แชมเปียนชิพ พรีเซนเต็ด บาย พลาสโปร (4.75 ล้านดอลลาร์ฯ) และ เอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ (4.7 ล้านดอลลาร์ฯ) นอกจากนี้ คาดว่าจะมี 10 รายการที่การันตีเงินรางวัลขั้นต่ำให้กับนักกอล์ฟทุกคนที่ลงแข่งขัน และเกือบ 20 รายการที่จะมอบสิทธิประโยชน์การเดินทาง อาหาร และที่พักแบบยกระดับเพื่อดูแลนักกีฬาอย่างครอบคลุม

เครดิตภาพ : LPGA