•  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล และ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล สองโปรสาวไทยพลาดคว้าแชมป์ทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สกอตติช โอเพ่น 2021 อย่างน่าเสียดายหลังจากรีแอนน์ โอทูล โปรสาวอเมริกันหวด 8 อันเดอร์พาร์ในวันสุดท้าย แย่งแชมป์ไปครองอย่างเหลือเชื่อ ที่สกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271

กอล์ฟทัวร์ร่วมระหว่างเลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ และแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ ทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สกอตติช โอเพ่น 2021 ซึ่งทรัสต์กอล์ฟ บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีจากประเทศไทยลงนามให้การสนับสนุนหลักการแข่งขันเป็นปีแรก ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 46.5 ล้านบาท ระหว่าง 12 -15 สิงหาคม 2564 ณ สนามดัมบาร์นีลิงก์ ระยะ 6,584 หลา พาร์72 ในเมืองเลเวน ของสกอตแลนด์ 

การแข่งขันวันสุดท้ายท่ามกลางสภาพอากาศสดใส และลมไม่แรง  “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล ออกสตาร์ทวันสุดท้ายด้วยการตามหลังกลุ่มผู้นำเพียง 1 สโตรก เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง 9 หลุมแรกเก็บไปถึง 5 เบอร์ดี้ โดยไม่เสียโบกี้  แต่ 9 หลุมหลัง “โปรจีน” มาเสียโบกี้ที่หลุม 10 และหลุม 14  บวกกับทำเพิ่ม 3 เบอร์ดี้ จบวันสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 274  คว้ารองแชมป์ร่วมกับ ลิเดีย โค เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก เกมส์ จากนิวซีแลนด์ แพ้รีแอนน์ โอทูล แชมป์ชาวอเมริกัน 3 สโตรก  โอทูล วัย 34 ปี จากสหรัฐฯ วันสุดท้ายทำ 8 อันเดอร์พาร์ 64 โดยไม่เสียโบกี้ คว้าแชมป์ไปครอง ที่สกอร์รวมสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 เป็นแชมป์แรกในอาชีพนับตั้งแต่เธอลงเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ 11 ปีและแข่งขันทั้งสิ้น 228 รายการ

ด้าน”โปรจีน” อาฒยา รับเงินรางวัลในฐานะรองแชมป์ร่วม 96,829 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านบาท พร้อมกับยังคงเป็นผู้นำตารางคะแนนสะสม  Race to Costa del Sol ของเลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ มี 2,037 คะแนน

โปรสาววัย 18 ปี ที่กำลังไล่ล่าสิทธิ์การเป็นสมาชิกแอลพีจีเอ ทัวร์ซึ่งภูมิใจกับเกมของตัวเองให้สัมภาษณ์ว่า ” วันนี้จีนพัตต์ดีมาก และตีได้ดี กับการทำ 6 อันเดอร์พาร์ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อการคว้าแชมป์ แต่จีนรู้แต่เพียงว่าจีนได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว และภูมิใจในตัวเองค่ะ ส่วนเป้าหมายในปีนี้ของจีน ก็คือพยายามพัฒนาการเล่นของตัวเองในทุกๆ วัน และพยายามที่จะคว้าการ์ดทัวร์ เพื่อเป็นสมาชิกของแอลพีจีเอให้ได้ค่ะ “

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล อดีตนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ออกรอบในฐานะผู้นำร่วม ทำผลงานได้น่าประทับใจในวันสุดท้าย ประเดิมด้วยการทำอีเกิ้ลที่หลุม 2  แต่มาเสียโบกี้ที่หลุม 8 จากนั้นช่วง 9 หลุมหลังทำเพิ่มอีก 3 เบอร์ดี้ จบวันสุดท้ายเก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 ได้อันดับ 4 โปรสาวเจ้าของแชมป์เมเจอร์ 2 สมัยชาวไทย ทำผลงานได้ดีตลอดสัปดาห์ที่ลิงก์คอร์ส กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า “เมสนุกมากๆ กับการเล่นสนามลิงก์ เพราะรู้สึกว่าน่าสนใจและมีความท้าทายอย่างยิ่ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพอากาศว่าจะเป็นอย่างไร สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สนุกมาก และได้ประสบการณ์ที่ดีจากการแข่งขันครั้งนี้ค่ะ “

“โปรจูเนียร์” จัสมิน สุวัณณะปุระ  วันสุดท้ายเก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 281 จบอันดับ 15 ร่วม

โปรสาววัย 28 ปี เจ้าของรองแชมป์รายการ เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น 2020 ได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในสัปดาห์นี้เผยว่า “จูเนียร์ไม่ค่อยได้เล่นสนามที่ลมแรงแบบนี้บ่อยนัก เพราะปกติเล่นในสกอตแลนด์แค่สองสัปดาห์ต่อปี ดังนั้นการที่ได้กลับมาที่นี่และเล่นในสนามที่ลมแรงมาก และเป็นลิงก์คอร์ส เป็นประสบการณ์ที่สนุกค่ะ ในสัปดาห์นี้ จึงได้เรียนรู้ว่าไฮบริดจ์สามารถตีได้ไกล 130 หลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับตัวจูเนียร์เอง อีกทั้งตลอดการเล่นเราต้องปรับการเล่นตลอด และต้องทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น และได้เรียนรู้จากการตีแต่ละช็อต”

ส่วนผลงานของนักกอล์ฟไทยรายอื่น “โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ วัย 22 ปี วันสุดท้ายทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 282 ได้อันดับ 22 ร่วม ขณะที่ “โปรแพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ วัย 21 ปี   มืออันดับ 13 ของโลก เก็บเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 ได้อันดับ 27 ร่วม 

“โปรพริม” พริมา ธรรมมารักษ์ ที่ได้รับเชิญจากทรัสต์กอล์ฟมาแข่งขันรายการนี้ วันสุดท้ายสกอร์ อีเวนพาร์ 72 สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 286 ได้อันดับ 37 ร่วม นับเป็นผลงานที่ดีเพียงพอให้เธอคว้าสิทธิ์ร่วมแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์สุดท้ายของปี รายการ เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น ระหว่าง 19-22 สิงหาคมนี้ ที่สนามคาร์นุสตี้ ในสกอตแลนด์ และนับเป็นครั้งที่สองที่”โปรพริม” ได้แข่งขันรายการ วีเมนส์ โอเพ่น 

โปรสาววัย 29 ปี เผยถึงความรู้สึกว่า “การที่ได้มีโอกาสเล่นในบริติช โอเพ่น ครั้งที่สองเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับพริม พริมมาเล่นที่ดัมบาร์นีครั้งแรกและสนามแห่งนี้จะยังคงเป็นหนึ่งในสนามที่พริมชอบมากที่สุด พริมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการได้มาเล่นที่นี่จะทำให้เราได้มีโอกาสได้อยู่เล่นต่ออีกหนึ่งรายการ พริมต้องขอขอบคุณทรัสต์กอล์ฟเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้โอกาสพริมได้มีสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมที่ดัมบาร์นี่ และนำไปสู่การผ่านการคัดเลือกไปเล่นที่สนามคาร์นุสตี้ด้วย “

ด้านทรัสต์กอล์ฟ ผู้นำด้านเทคโนโลยีกอล์ฟในประเทศไทยและเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันครั้งนี้ ยังได้จัดกิจกรรมสะสมเงินบริจาคเพื่อมอบให้แก่มูลนิธิรามาธิบดี และระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service) ของสหราชอาณาจักร หน่วยงานละ 46,400 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,531,200 บาท รวมทั้งสิ้น 92,800 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,062,400 บาท จากการทำเบอร์ดี้และอีเกิ้ลในการแข่งขันรอบที่สาม เพื่อร่วมสมทบทุนโครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการเตรียมความพร้อมของบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ห้องผู้ป่วย ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ดร.ปริญ สิงหนาท ผู้ก่อตั้ง ทรัสต์ กอล์ฟ กล่าวว่า “ทรัสต์กอล์ฟขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สนับสนุนทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น 2021 เป็นปีแรก เรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการกีฬากอล์ฟไทยสู่ระดับสากล ผ่านการร่วมมือกับนักกอล์ฟอาชีพรุ่นใหม่ที่ลงแข่งขันในเวทีระดับโลกในการสร้างสรรค์หลักสูตรการฝึกอบรมที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเพื่อช่วยสร้างโอกาสและผลักดันให้นักกอล์ฟไทยได้มีโอกาสเดินทางไปสร้างผลงานในรายการใหญ่ ๆ ที่ต่างประเทศ และเพื่อแสดงศักยภาพของนักกอล์ฟไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในวงการกอล์ฟสากล” 

“แม้การดำเนินงานของเราจะมุ่งเน้นเรื่องกีฬากอล์ฟเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดในเมืองไทยที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ ทำให้เราพยายามคิดหากิจกรรมที่จะมีส่วนช่วยเยียวยาและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคมให้มากขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากมีจุดประสงค์หลักเพื่อมอบเงินบริจาคแก่มูลนิธิรามาธิบดีแล้ว ยังช่วยแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของคนไทยทุกภาคส่วน ซึ่งไม่ว่าจะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแวดวงใด ก็สามารถร่วมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศได้อย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งทรัสต์กอล์ฟ รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ” ดร.ปริญ สิงหนาท กล่าวสรุป