Samyan, Bangkok, Thailand. Chinese Oprera at teh construction site

“Wearing the Eternal Soul” นิทรรศการภาพถ่ายโดย สมัชชา อภัยสุวรรณ บันทึกจิตวิญญาณศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมือง เมื่อเสียงงิ้ว ความศรัทธา และความทรงจำของชุมชนกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงของเมือง

Samyan, Bangkok, Thailand. Chinese Oprera at teh construction site
Bangkok, Thailand. April 19th, 2017. The final Chinese opera show at the spot used to be a famous Chinese shrine of the community

ช่างภาพคนหนึ่งจึงเลือกที่จะบันทึกช่วงเวลาของศาลเจ้าเก่าแก่แห่งชุมชนสะพานเหลืองผ่านภาพถ่าย ก่อนที่บางสิ่งอาจไม่มีโอกาสหวนกลับมาอีกครั้ง สัมผัสเรื่องราวแห่งศรัทธา ความทรงจำ และวิถีชีวิตของชุมชนชาวจีน ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ‘Wearing the Eternal Soul’ ผลงานชุดใหม่โดย สมัชชา อภัยสุวรรณ ศิลปินและช่างภาพผู้บันทึกเรื่องราวของผู้คนและสถานที่ต่าง ๆ ผ่านมุมมองทางศิลปะ ครั้งนี้สมัชชาเลือกนำเสนอเรื่องราวหนึ่งของ ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง’ ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชุมชนชาวจีนย่านบรรทัดทอง–สามย่าน ผ่านผลงานภาพถ่ายจำนวน 20 ภาพ ที่คัดสรรจากผลงานหลายสิบภาพ ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560

Samyan, Bangkok, Thailand. Chinese Oprera at teh construction site
Bangkok, Thailand. April 19th, 2017. The final Chinese opera show at the spot used to be a famous Chinese shrine of the community

จุดเริ่มต้นของการบันทึกภาพเกิดขึ้นเมื่อสมัชชาทราบข่าวเกี่ยวกับการขอคืนพื้นที่ศาลเจ้าเพื่อนำไปพัฒนาเป็นโครงการร่วมสมัย เขาจึงไปเก็บภาพสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากศาลเจ้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งอยู่ใจกลางชุมชน รายล้อมด้วยบ้านเรือนและผู้คน ปัจจุบันกลับถูกล้อมรอบด้วยแผ่นกั้นพื้นที่ก่อสร้างจนบริเวณ​ชุมชนร้านค้ารายรอบที่เคยกว้างขวางกลับหดเล็กลงเหลือเพียงทางแคบสำหรับเข้าสู่ศาลเจ้า ขณะที่การแสดงงิ้วประชันกันสองโรงในงาน ‘เสี่ยซิ้ง’ หรือพิธีไหว้ขอบคุณเทพเจ้าช่วงปลายปี ก็เหลือเพียงหนึ่งโรงเล็กๆในเวลาต่อมา

“สมัยก่อนเวลามีงานประเพณีขอบคุณเทพเจ้าในงาน ‘เสี่ยซิ้ง’ จะมีการแสดงงิ้วประชันกันถึง 2 โรง เป็นภาพที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและมีชีวิตชีวามาก ทุกวันนี้เหลือการแสดงงิ้วเล็กๆเพียงโรงเดียว บริเวณโดยรอบที่เคยกว้างขวางก็เหลือเพียงทางเดินเล็กแคบให้เข้าไปภายใน แต่ศรัทธาของผู้คนไม่เคยจางหายไป ท่ามกลางการก่อสร้างอาคารสูงที่บีบคั้นศรัทธาและประวัติศาสตร์ให้หดเล็กลงทุกวัน”

Samyan, Bangkok, Thailand. Chinese Oprera at teh construction site
Bangkok, Thailand. April 19th, 2017. The final Chinese opera show at the spot used to be a famous Chinese shrine of the community

ภาพถ่ายชุดนี้จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจความทรงจำของสถานที่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมากกว่าพื้นที่แห่งศรัทธา หากเป็นศูนย์กลางแห่งความผูกพันระหว่างผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะประเพณีการแสดงงิ้ว หรือ ‘อุปรากรจีน’

มหรสพสำคัญในงานประจำปีของศาลเจ้า ในยุคที่สื่อบันเทิงสมัยใหม่ยังไม่แพร่หลาย การแสดงงิ้วจึงเป็นทั้งความบันเทิงและกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้กลับมาพบปะกันพร้อมหน้า หลังจากต่างคนต่างทำงานมา

ตลอดทั้งปี อีกทั้งลูกหลานชาวชุมชนยังมีโอกาสร่วมแสดงงิ้ว ขณะที่ครอบครัวมานั่งชมและให้กำลังใจอยู่หน้าเวที กลายเป็นภาพความผูกพันที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

“สิ่งที่ผมประทับใจคือ สมัยก่อนเวลามีการแสดงงิ้ว ลูกหลานของชาวชุมชนจะมาร่วมกันทำการแสดง แล้วครอบครัวก็ไปนั่งดูและให้กำลังใจกันหน้าเวที เป็นภาพที่อบอุ่นและมีความหมายมากกว่าแค่ศรัทธา แต่มันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมประทับใจชุมชนและศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้”

สำหรับสมัชชา ศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หากเป็นพื้นที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนที่หยั่งรากมายาวนานกว่า 150 ปี แม้ตัวอาคารศาลเจ้าในปัจจุบันจะมีอายุประมาณ 5 ทศวรรษ แต่ความศรัทธาต่อองค์เจ้าแม่ทับทิม หรือ ‘เทียนโหวเซี้ยบ้อ’ มีเรื่องเล่าสืบย้อนกลับไปถึงยุคเริ่มก่อตั้งชุมชนสะพานเหลืองในสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากความสำคัญทางจิตวิญญาณแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบจีนแต้จิ๋ว ทั้งตัวโครงสร้างอาคาร หลังคา ตุ๊กตากระเบื้องประดับ รูปแกะสลักไม้ปิดทองร่องชาดบนบัลลังก์ เสามังกร และบทกวีภาษาจีนที่ปรากฏบนเสา รวมไปถึงผลงานแกะสลักองค์เทพต่าง ๆ โดยช่างจีนฝีมือประณีตในอดีตที่มีชื่อว่า ‘เปียะบ้วย’ ภายในศาลเจ้ายังเก็บรักษากระถางธูปพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2454 บนกระถางปรากฏพระปรมาภิไธยย่อ ‘จปร’ พร้อมอักษรภาษาจีน สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงศาลเจ้าแห่งนี้เข้ากับเรื่องราวของสังคมไทยในอดีต

ภาพถ่ายในนิทรรศการให้ความสำคัญกับสีสันและรายละเอียดเบื้องหลังการแสดงงิ้วที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งเครื่องแต่งกาย ฉาก องค์ประกอบต่างๆและฉากชีวิตของผู้คน สะท้อนความมีชีวิตชีวาของศิลปะการแสดงจีนแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกัน Wearing the Eternal Soul ยังทำให้เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิ​จสมัยใหม่และศรัทธาความเชื่อที่ถ่ายทอดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการหยุดเวลา เพื่อเก็บรักษารายละเอียดของชุมชน ผู้คนและศิลปะการแสดงที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย ปัจจุบัน ศาลเจ้าแม่ทับทิมยังคงตั้งอยู่ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประชาชน และชาวชุมชน ผ่านแคมเปญ #saveศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อเรียกร้องให้รักษาพื้นที่ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และจิตวิญญาณ

‘Wearing the Eternal Soul’ เป็นมากกว่านิทรรศการภาพถ่ายที่บันทึกค่ำคืนหนึ่งของการแสดงงิ้วแต่ยังเป็นการเก็บรักษาความทรงจำของชุมชนและศรัทธาที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามถึงความหมายของการพัฒนาเมือง เมื่อคุณค่าของพื้นที่ถูกประเมินผ่านมูลค่าทางเศรษฐกิจ แล้วประวัติศาสตร์ ประเพณี และความผูกพันของผู้คนจะยังมีที่ทางอยู่ตรงไหน เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งหนึ่งมีชีวิต อาจไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นความทรงจำและจิตวิญญาณที่ผู้คนร่วมกันสร้างขึ้นมา และยังคงปรารถนาจะรักษาไว้ให้อยู่ต่อไป

นิทรรศการภาพถ่าย ‘Wearing the Eternal Soul’ ได้รับการสนับสนุนจาก Scarlett Outsider Gallery  โรงแรม Pullman Bangkok Hotel G และ Ba Space  เปิดให้เข้าชมฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569-26 กุมภาพันธ์ 2570 ณ Scarlett Outsider Gallery ชั้น 37 โรงแรม Pullman Bangkok Hotel G บนถนนสีลม เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00-23.30 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ 16.00-23.00 น.

สอบถามข้อมูลได้ที่  Scarlett Bangkok  โทรศัพท์ 096 860 7990